กลับไปยังการศึกษา
ขั้นสูง

Support & Resistance: เชี่ยวชาญแนวรับแนวต้าน

เรียนรู้การระบุและใช้แนวรับแนวต้านอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง

2 กุมภาพันธ์ 2569
อ่าน 3 นาที
0 ครั้ง
Support & Resistance: เชี่ยวชาญแนวรับแนวต้าน

วิดีโอประกอบบทความ

วิดีโอนี้มาจาก YouTube เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

แชร์:

แนวรับและแนวต้านคืออะไร?

แนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) เป็นแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิค แนวรับคือระดับราคาที่แรงซื้อมักจะเข้ามาหยุดการลงของราคา ในขณะที่แนวต้านคือระดับราคาที่แรงขายมักจะเข้ามาหยุดการขึ้นของราคา

ระดับเหล่านี้เกิดจากความทรงจำของตลาด นักเทรดจดจำระดับราคาที่เคยมีความสำคัญในอดีต และมักจะตอบสนองเมื่อราคากลับมาถึงระดับเหล่านั้นอีกครั้ง

ประเภทของแนวรับแนวต้าน

1. แนวนอน (Horizontal Levels)

แนวรับแนวต้านแนวนอนเป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากจุดสูงสุดและต่ำสุดในอดีต ระดับที่ราคาเคยหยุดหลายครั้งมักมีความสำคัญมากกว่า

2. เส้นแนวโน้ม (Trendlines)

เส้นแนวโน้มเป็นแนวรับแนวต้านแบบเฉียง ลากโดยเชื่อมจุดต่ำสุดหลายจุด (ในแนวโน้มขาขึ้น) หรือจุดสูงสุดหลายจุด (ในแนวโน้มขาลง) เส้นแนวโน้มที่ถูกต้องต้องมีอย่างน้อยสามจุดสัมผัส

3. Moving Averages

Moving Averages เช่น MA 50, MA 100, และ MA 200 มักทำหน้าที่เป็นแนวรับแนวต้านแบบไดนามิก ราคามักจะหยุดหรือกลับตัวเมื่อมาถึง Moving Average ที่สำคัญ

4. ระดับ Fibonacci

ระดับ Fibonacci Retracement เช่น 38.2%, 50%, และ 61.8% มักทำหน้าที่เป็นแนวรับแนวต้านที่มีศักยภาพ

5. ระดับจิตวิทยา (Psychological Levels)

ระดับราคาที่เป็นตัวเลขกลมๆ เช่น 1.0000, 1.1000, หรือ 100.00 มักเป็นแนวรับแนวต้านที่สำคัญเนื่องจากนักเทรดจำนวนมากวาง Order ที่ระดับเหล่านี้

หลักการสำคัญของแนวรับแนวต้าน

การสลับบทบาท (Role Reversal)

เมื่อแนวรับถูกทะลุ มันมักจะกลายเป็นแนวต้าน และในทางกลับกัน เมื่อแนวต้านถูกทะลุ มันมักจะกลายเป็นแนวรับ นี่คือหลักการที่สำคัญมากในการเทรด

ความแข็งแกร่งของระดับ

ระดับที่ราคาเคยหยุดหลายครั้งมีความแข็งแกร่งมากกว่า ระดับที่เกิดจาก Timeframe ใหญ่มีความสำคัญมากกว่า Timeframe เล็ก และระดับที่เพิ่งเกิดขึ้นมักมีความสำคัญมากกว่าระดับเก่า

วิธีการเทรดกับแนวรับแนวต้าน

กลยุทธ์ที่ 1: Bounce Trading

รอให้ราคามาถึงแนวรับหรือแนวต้าน จากนั้นมองหาสัญญาณยืนยันการกลับตัว เช่น รูปแบบแท่งเทียน หรือ Divergence แล้วเข้าเทรดในทิศทางตรงข้าม

กลยุทธ์ที่ 2: Breakout Trading

รอให้ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านอย่างชัดเจน จากนั้นเข้าเทรดในทิศทางของการทะลุ ควรรอให้แท่งเทียนปิดเหนือหรือใต้ระดับก่อนเข้าเทรด

กลยุทธ์ที่ 3: Retest Trading

หลังจากราคาทะลุระดับ มักจะกลับมาทดสอบระดับนั้นอีกครั้ง (Retest) การเข้าเทรดที่จุด Retest มักให้ Risk-Reward ที่ดีกว่าการเข้าที่จุด Breakout

ฝึกระบุแนวรับแนวต้านกับกราฟจริง

เปิดบัญชี Demo ฟรี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. การลากเส้นมากเกินไป: อย่าลากแนวรับแนวต้านทุกจุด เลือกเฉพาะระดับที่สำคัญจริงๆ

2. การมองว่าเป็นเส้นตรง: แนวรับแนวต้านควรมองเป็นโซน (Zone) มากกว่าเส้นตรง ราคาอาจทะลุเล็กน้อยก่อนกลับตัว

3. การไม่รอยืนยัน: อย่าเข้าเทรดทันทีที่ราคามาถึงระดับ รอสัญญาณยืนยันก่อน

สรุป

แนวรับและแนวต้านเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทรงพลังในการเทรด การเข้าใจและใช้อย่างถูกต้องสามารถช่วยหาจุดเข้าและออกที่มีศักยภาพ รวมถึงการจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น การฝึกฝนสังเกตระดับเหล่านี้ในกราฟจริงจะช่วยพัฒนาทักษะได้อย่างมาก

แท็ก:Forexขั้นสูงการเทรด

สนใจเริ่มต้นเทรด Forex?

อ่านรีวิวโบรกเกอร์และเปรียบเทียบเงื่อนไขการเทรดเพื่อเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะกับคุณ

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น